วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

41 ภารกิจฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ตอน พลิกวัดร้างกลางเมืองแม่ลาน้อย

พระเสนอ  ฐิตสทฺโธ  ผู้นำบุกเบิกพัฒนาวัดป่าหมากให้กลับมารุ่งเรือง

พระเสนอ ฐิตสทฺโธ 
ผู้นำบุกเบิกพัฒนาวัดป่าหมากให้กลับมารุ่งเรือง
 วัดป่าหมาก อดีตวัดร้าง ณ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลแม่ลาน้อย ห่างจากที่ทำการไปรษณีย์ประจำอำเภอเพียง 1 กิโลเมตร อดีตวัดแห่งนี้เคยเจริญรุ่งเรืองมาก แต่เมื่ออดีตเจ้าอาวาส มรณภาพในระหว่างเดินธุดงค์ ส่งผลให้วัดแห่งนี้ร้างไป 10 กว่าปี ต่อมาในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2553 ชาวบ้านได้ไปนิมนต์ให้พระอาจารย์เสนอ ฐิตสทฺโธ ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นหัวหน้าศูนย์อบรมอุบาสิกาแก้ว ณ วัดทุ่งรวงทอง ให้มาพัฒนาวัดแห่งนี้ พระอาจารย์ท่านได้ตอบตกลง โดยท่านกล่าวว่าเหตุที่ตอบตกลงเพราะ ได้ฟังที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อกล่าวตอกย้ำเป็นประจำว่า ลูกๆที่เป็นข้าราชการ เกษียณอายุราชการแล้วให้มาบวชเพื่อช่วยกันฟื้นฟูพระศาสนา มาพัฒนาวัดร้างให้รุ่งเรือง  โดยอดีตท่านเป็นตำรวจตระเวนชายแดน แล้วต่อมาได้ขอเกษียณอายุราชการแล้วมาบวชในโครงการบูชาธรรมพระเดชพระคุณหลวงพ่อในวาระพระเดชพระคุณหลวงพ่ออายุครบ 60 ปีแล้วตัดสินใจบวชต่อเพื่อสร้างบารมี
        ท่านกล่าวว่า การมาพัฒนาวัดร้างก็เป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อมาถึงวัดแห่งนี้เป็นครั้งแรกพบว่าวัดรกมาก  กุฏิก็เอียงๆ หลังคาสังกะสีก็รั่ว ต้องมาพัฒนากันมาก  เมื่อชาวบ้านได้เห็นข้อวัตรปฏิบัติและความตั้งใจจริงของพระอาจารย์ท่าน ที่มุ่งมั่นจะให้วัดแห่งนี้กลับมารุ่งเรืองให้ได้ ชาวบ้านต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง  แม้ท่านจะมีอายุถึง 66 ปี แต่ท่านได้ทำหน้าที่ของพุทธบุตรอย่างเต็มที่  โดยจัดปฏิบัติธรรมในวัดทุกวันพระทั้งรอบเช้าและรอบค่ำ  และท่านจะเดินทางไปเทศน์สอนสาธุชน  บ้านกัลยาณมิตร นำสวดมนต์ นั่งสมาธิ(Meditation) เป็นประจำในทุกวันจันทร์ อังคาร พุธและวันศุกร์ กระทั่งหลายคนได้ตัดสินใจหักดิบเลิกยุ่งเกี่ยวอบายมุขทั้งปวงและมาช่วยกันพัฒนาวัดแห่งนี้  ต่อมาพระอาจารย์ท่านได้นำวัดแห่งนี้เข้าเป็นศูนย์อบรมอุบาสิกาแก้ว ซึ่งขณะนั้นพื้นที่ของวัดยังไม่พร้อมที่จะอบรม  ท่านพร้อมด้วยเพื่อนสหธรรมิกคือ พระณัฐพงษ์ สุทฺธญาโณ ได้นำชาวบ้านสร้างศาลาปฏิบัติธรรม โรงครัว และห้องสุขาสำเร็จเป็นอัศจรรย์ในเวลาเพียง 1 สัปดาห์
ชาวบ้านป่าหมากช่วยกันเก็บหินริมธารน้ำเพื่อมาสร้างศาลา 
ชาวบ้านป่าหมากช่วยกันเก็บหินริมธารน้ำเพื่อมาสร้างศาลา 

        จากนั้นเป็นต้นมาสาธุชนต่างเดินทางมาสั่งสมบุญที่วัดกระทั่งล้นศาลาที่สร้างไว้ ท่านและชาวบ้านจึงคิดที่จะสร้างศาลาหลังใหญ่ ที่พระอาจารย์อดีตเจ้าอาวาสได้สร้างไว้ ที่มีเพียงเสาและคานคอนกรีต ท่านจึงนำชาวบ้านทุกเพศทุกวัยทั้งชาวพุทธและไม่ใช่ชาวพุทธ มาสร้างต่อเติมกระทั่งเป็นศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทองหลังใหญ่ ปัจจุบันใกล้เสร็จสมบรูณ์ขาดเพียงฝาผนังเท่านั้น การก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็วกระทั่ง ชาวบ้านเองอัศจรรย์ใจเพราะไม่คิดว่าจะทันได้อยู่เห็นศาลาหลังนี้ นึกว่าจะสำเร็จในรุ่นลูกรุ่นหลาน
ชาวบ้าน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกความเชื่อ  มาช่วยสร้างศาลา 
ชาวบ้าน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกความเชื่อ มาช่วยสร้างศาลา 
       เพื่อให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างมั่นคง  ท่านและทีมงานจึงได้ชักชวนเด็กๆให้มาปฏิบัติธรรมที่วัดทุกวันอาทิตย์  กระทั่งเยาวชนเหล่านั้นได้จัดตั้งชมรมพัฒนาวัดวันอาทิตย์ขึ้น ซึ่งมีสมาชิก 20 กว่าคน โดยเด็กๆจะมาสวดมนต์ นั่งสมาธิ อาราธนาศีล ทำความสะอาดวัด พร้อมช่วยเตรียมงานบุญต่างๆในวัด  กระทั่งแม้แต่เด็กอายุ 9-10ปี สามารถทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงานบุญของวัดได้ 
สาธุชนบำเพ็ญบุญล้นศาลา

สาธุชนบำเพ็ญบุญล้นศาลา

พระอาจารย์ท่านกล่าวว่า  แรงบันดาลใจอันสำคัญที่ทำให้ท่านคิดมาพัฒนาอดีตวัดร้างแห่งนี้เพราะ  ท่านต้องการตอบแทนบุญคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ช่วยชี้นำทางสว่างให้แก่ชีวิตของท่าน ท่านกล่าวต่อว่า "ขณะนี้กระผมได้นำสาธุชนสร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลังใหญ่ใกล้สำเร็จแล้ว แต่ขาดองค์พระประธาน จึงอยากกราบขอความเมตตาจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้เมตตามอบองค์พระประธานเพื่อจะได้เป็นศูนย์รวมใจอันสำคัญให้แก่สาธุชน ณ อำเภอแม่ลาน้อยด้วยครับ" พร้อมกันนั้นท่านได้ฝากข้อความถึงข้าราชการเกษียณอายุราชการมาแล้ว โดยเฉพาะเพื่อนข้าราชการตำรวจตะเวนชายแดนที่เป็นรั้วของชาติ  เราเกษียณอายุราชการมาแล้วมาบวชเพื่อเป็นแก่นของพระศาสนา  มาช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองอย่างในสมัยพุทธกาลกันเถิด 
พุทธบริษัททั้งสี่ร่วมกันสร้างศาลาหลังใหญ่ 
พุทธบริษัททั้งสี่ร่วมกันสร้างศาลาหลังใหญ่ 
       ส่วนพระธรรมทายาทที่กำลังบวชอยู่นั้น  พระอาจารย์ท่านได้ฝากข้อความมาถึงว่า  ทุกท่านที่ตัดสินใจมาบวชนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ธนูที่พุ่งออกจากแล่งไม่สามารถเรียกกลับคืนไปได้ เวลา และโอกาสที่ผ่านพ้น ก็ไม่อาจย้อนคืน บัดนี้เรากำลังอยู่ในขณะสมัยที่สำคัญมีโอกาสฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและวัดร้าง หากเราตัดสินใจบวชอยู่ต่อ แล้วมาช่วยกันฟื้นฟูวัดร้าง  พระพุทธศาสนาของเราจะต้องกลับมารุ่งเรืองในเร็วนี้อย่างแน่นอน
เด็กๆมาปฏิบัติธรรมพร้อมทั้งพัฒนาวัดทุกวันอาทิตย์   
เด็กๆ มาปฏิบัติธรรมพร้อมทั้งพัฒนาวัดทุกวันอาทิตย์

ศาลาใหญ่ไม้สักใกล้จะเสร็จขาดเพียงฝาผนัง
 ศาลาใหญ่ไม้สักใกล้จะเสร็จขาดเพียงฝาผนัง

สาธุชนมาบำเพ็ญบุญเต็มศาลาหลังใหญ่

สาธุชนมาบำเพ็ญบุญเต็มศาลาหลังใหญ่

40 พลังสามัคคีของพุทธบริษัทสี่ ณ แม่โขง

พระครูสังวรสิทธิโชติ พระอาจารย์วิชาญ อิทฺธินาโค                เจ้าอาวาสวัดบ้านขุน ผู้นำแสงสว่างสู่บ้านแม่โขง

พระครูสังวรสิทธิโชติ พระอาจารย์วิชาญ อิทฺธินาโค
เจ้าอาวาสวัดบ้านขุน ผู้นำแสงสว่างสู่บ้านแม่โขง
 บ้านแม่โขง หมู่บ้านขนาด 150 หลังคาเรือน ณ ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ในตำบลนาเกียนนี้มีกว่า 30 หมู่บ้าน แต่ทั้งตำบลกลับมีวัดเพื่อบำเพ็ญบุญเพียงแห่งเดียว ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านชาวพุทธที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ในทุกๆเช้าก่อนที่จะรับประทานอาหาร ชาวบ้านจะนำข้าวและอาหารใส่ถ้วยขนาดเล็กๆ ถวายองค์พระพุทธรูปที่หิ้งพระประจำบ้าน พร้อมเคาะกังสดาล และแม้จะไม่มีวัด แต่ในทุกวันพระ ชาวบ้านแห่งนี้จะพร้อมใจกันหยุดงาน แล้วออกเดินด้วยเท้าข้ามเขาไปกลับกว่า 20 กิโลดอยเพื่อบำเพ็ญบุญ ณ อาศรมพระธรรมจาริกที่อยู่ใกล้เคียง

        กระทั่งในต้นปีพุทธศักราช 2553 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกับหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ได้เมตตาให้จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่หนึ่งแสนรูปขึ้นมา  เหล่าสามเณรแห่งวัดบ้านขุนได้ออกเดินด้วยเท้าข้ามเขา เพื่อไปเชิญชวนผู้มีบุญมาร่วมโครงการและได้เดินเท้าไปยังหมู่บ้านแห่งนี้ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาได้มีสาธุชนจากบ้านแม่โขงมาเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ทั้งบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุและสามเณร ทั้งบวชเป็นอุบาสิกาแก้วซึ่งมาเป็นประจำทุกโครงการ และเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ สาธุชนเหล่านั้นได้ไปรวมตัวกัน เพื่อสวดมนต์นั่งสมาธิ(Meditation)ปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกวัน ณ บ้านกัลยาณมิตรบนยอดดอย แม้ชาวดอยที่นี่ส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือไม่ออก
       แต่ทุกคนสามารถสวดมนต์ทำวัตร และสวดสรรเสริญพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี พระผู้ปราบมารได้อย่างคล่องแคล่วชัดถ้อยชัดคำ ต่อมาปลายปีพุทธศักราช 2554 ชาวบ้านปรารถนาอยากจะได้วัดเพื่อบำเพ็ญบุญ จึงได้กราบปรึกษากับสามเณร  สามเณรจึงกราบเรียนให้ พระครูสังวรสิทธิโชติ หรือ พระอาจารย์วิชาญ อิทฺธินาโค เจ้าอาวาสวัดบ้านขุน รองเจ้าคณะอำเภอฮอด 
  

         ซึ่งพระอาจารย์ท่านได้ประชุมปรึกษาหารือกับทุกฝ่าย โดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งบ้านแม่โขงที่เคยมาอุปสมบทได้กราบถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด โดยนำที่ดินส่วนตัวไปแลกที่กับพี่น้องต่างศาสนิกมาเพื่อสร้างวัด และชาวดอยแห่งบ้านแม่โขงได้พร้อมใจกันสร้างกุฏิที่พักสงฆ์ ศาลาบำเพ็ญบุญและหอฉัน ห้องสุขา บ้านพักสำหรับอุบาสกขึ้นมาในระยะเวลาไม่นานนัก
  
ชาวดอยทุกเพศทุกวัย ทุกความเชื่อ มาช่วยกันขุดดินปรับพื้นที่
ชาวดอยทุกเพศทุกวัย ทุกความเชื่อ มาช่วยกันขุดดินปรับพื้นที่
เด็กๆรับบุญอย่างสนุกสนาน
เด็กๆ รับบุญอย่างสนุกสนาน
ชาวดอยร่วมใจกันสร้าง กุฏิ หอฉัน โรงครัว สุขพิมาน  สำเร็จได้ในเวลาไม่นานนัก
ชาวดอยร่วมใจกันสร้าง กุฏิ หอฉัน โรงครัว สุขพิมาน 
สำเร็จได้ในเวลาไม่นานนัก
       พร้อมๆ กับการสร้างวัด พระอาจารย์วิชาญท่านได้สร้าง ศาสนบุคคลไปด้วย  โดยท่านได้นำเหล่าเยาวชนทุกความเชื่อเป็นจำนวนมาก จากทั้งบ้านแม่โขงและหมู่บ้านอื่นๆ ในตำบลนาเกียน มาบรรพชาเป็นสามเณรประจำบวชเรียน ณ วัดบ้านขุนเพื่อเตรียมกลับไปเป็นศาสนทายาทประจำหมู่บ้านแห่งนั้น พร้อมกันนั้นท่านและทีมงานทั้งพระภิกษุและสามเณรได้เดินทางไปเป็นเนื้อนาบุญ ณ หมู่บ้านแห่งนั้นเป็นประจำแม้การเดินทางจะลำบากมากก็ตาม มีคำกล่าวไว้ว่างานที่ยากลำบากนั้น เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา แต่สามเณรแห่งวัดบ้านขุนที่ช่วยกันสถาปนาวัดแม่โขงนั้น ได้ผ่านบททดสอบนั้นอย่างสบายๆ เพราะเส้นทางจากวัดบ้านขุนไปยังบ้านแม่โขงร้อยกว่ากิโลเมตรนั้น มีหลายช่วงที่สามเณรต้องช่วยกันเข็นรถขึ้นภูเขา

        ต่อมาชาวบ้านมาบำเพ็ญบุญกระทั่งล้นศาลาที่สร้างไว้ พระอาจารย์ท่านจึงได้นำชาวบ้านสร้างวิหารเป็นการถาวร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยชาวบ้านต่างมาช่วยกันสร้างด้วยความเบิกบานใจ
สาธุชนมาบำเพ็ญบุญล้นศาลาเป็นประจำ
สาธุชนมาบำเพ็ญบุญล้นศาลาเป็นประจำ  
ชาวดอยพร้อมใจกันสวดมนต์ทำวัตร นั่งสมาธิเป็นประจำทุกวัน  ณ บ้านกัลยาณมิตรบนยอดดอย
ชาวดอยพร้อมใจกันสวดมนต์ทำวัตร นั่งสมาธิเป็นประจำทุกวัน 
ณ บ้านกัลยาณมิตรบนยอดดอย
พุทธบริษัททั้งสี่ร่วมกันสร้างวิหารคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นการถาวร
พุทธบริษัททั้งสี่ร่วมกันสร้างวิหารคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นการถาวร
 
 
      เนื่องจากพื้นที่ในแถบนี้ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยก้อนหิน  สามเณรและชาวบ้านต่างช่วยกันทุบก้อนหินเหล่านั้น พร้อมกันนั้นก็นำก้อนหินเหล่านั้นมาสร้างวิหาร โดยหินทุกก้อนที่ใช้สร้างวิหารนี้เกิดด้วยเพราะพลังศรัทธาของสามเณรและชาวบ้าน ที่ช่วยกันทุบเป็นประจำตั้งแต่เช้ากระทั่งถึง 4 ทุ่ม แล้วนำหินเหล่านั้นมาเรียงอย่างเป็นระเบียบสร้างเป็นวิหารขึ้นมา ส่วนก้อนเล็กๆ ใช้ผสมปูนเพื่อสร้างวิหาร
หินทุกก้อนที่ใช้สร้างวัด เกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพุทธบริษัททั้งสี่ ที่ช่วยกันทุบ
หินทุกก้อนที่ใช้สร้างวัด เกิดขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพุทธบริษัททั้งสี่
ที่ช่วยกันทุบ

ชาวดอยนำหินส่วนหนึ่งที่ทุบจากแรงศรัทธา มาเรียงสร้างวิหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ชาวดอยนำหินส่วนหนึ่งที่ทุบจากแรงศรัทธา
มาเรียงสร้างวิหารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
  
แม้จะมีกำลังทรัพย์น้อย แต่ทุกคนต่างร่วมบุญสุดกำลัง บางครอบครัวร่วมบุญมากถึง 1,199 บาท
แม้จะเป็นนักบุญทุนน้อย ก็ขอทุ่มสุดใจร่วมบุญสร้างวิหาร 1,199 บาท 
 แม้จะเป็นนักบุญทุนน้อย ก็ขอทุ่มสุดใจร่วมบุญสร้างวิหาร 1,199 บาท
วิหารจากพลังความสามัคคีของพุทธบริษัทสี่ใกล้แล้วเสร็จ ขาดเพียงผนัง ภาพช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 
วิหารจากพลังความสามัคคีของพุทธบริษัทสี่ใกล้แล้วเสร็จ ขาดเพียงผนัง

       ภาพช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 สามเณรแห่งวัดบ้านขุนได้กล่าวว่า กราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เมตตาให้พระอาจารย์วิชาญท่านมาอยู่ ณ ที่นี้ ทำให้ท่านได้เป็นเนื้อนาบุญให้กับชาวดอย เป็นที่พึ่งให้กับลูกเณรทำให้ชีวิตของลูกเณรและโยมพ่อโยมแม่ได้รู้จักที่พึ่งอันแท้จริง ได้รู้เรื่องบาปบุญคุณและโทษ
แม้อยู่ห่างไกล ชาวบ้านแม่โขงมาร่วมบุญทุกโครงการ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ บุญโปรยดาวรวยต้อนรับพระ<a href=http://www.dmc.tv/index.php?module=articles&action=showarticles&group=latest_update&om=263 title='ธุดงค์' target=_blank><font color=#333333>ธุดงค์</font></a>ก็มารอบละ 2 คันรถบัส 
แม้อยู่ห่างไกล ชาวบ้านแม่โขงมาร่วมบุญทุกโครงการ
ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ บุญโปรยดาวรวยต้อนรับพระธุดงค์ก็มารอบละ 2 คันรถบัส

 

          พระอาจารย์วิชาญ ท่านได้กล่าวว่า คำพูดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่กล่าวว่า ให้นำธรรมะไปคลุมทุกๆดอยนั้นอยู่ในใจของท่านตลอด และวัดแม่โขงนี้ถือว่าเป็นผลสัมฤทธิ์ของโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลกของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และบัดนี้ท่านได้นำเหล่าเยาวชนมาบวชเรียนเป็นสามเณร ณ วัดบ้านขุน และเริ่มโตสามารถมาช่วยงานพระศาสนาได้มากขึ้น พร้อมกันนั้นท่านได้ฝากข้อความถึงพระธรรมทายาทรุ่นน้องว่า อย่าสึกนะครับ มาอยู่ช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนากันดีกว่า ผู้มีบุญยังมีอยู่อีกมากที่รอพวกเราอยู่


พลังสามัคคีของพุทธบริษัทสี่ ณ แม่โขง
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 

39 ตอน...ฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในเมืองแม่ลาน้อย

ทุกย่างก้าวเพื่อประกาศพระพุทธศาสนา

ทุกย่างก้าวเพื่อประกาศพระพุทธศาสนา 
การเดินธุดงค์ธรรมชัย ไปพัฒนาวัดร้างให้เป็นวัดรุ่ง รวมจิตรวมใจชาวพุทธให้เข้มแข็ง เป็นภารกิจสำคัญระดับโลกที่ทำให้เราได้ปลื้มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาคณะพระธุดงค์กว่า 100 รูป จากโครงการอุปสมบทหมู่ รุ่นบูชาธรรม 69 ปี พระเทพญาณมหามุนี (โครงการ 2) ก็ได้ทำทุกย่างก้าวให้เป็นย่างแก้ว ด้วยการเดินธุดงค์ธรรมชัยไปตอกย้ำศรัทธาในพระรัตนตรัยให้มั่นคง ลงในหัวใจของพี่น้องชาวดอย การเดินธุดงค์ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากวัดท่าผาปุ้มเหนือ ไปโปรดญาติโยมในชุมชน 3 แห่ง คือที่วัดทุ่งรวงทอง, วัดแม่ลาน้อย และวัดป่าหมาก ซึ่งตั้งอยู่ในเขต อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งต้องก้าวฝ่าอากาศที่มีแต่ร้อนกับร้อน ถึงร้อนที่สุด เดินขึ้นเนินลงเนิน รวมระยะทางถึง 12.5 กิโลเมตร แต่อะไรๆก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะพระธุดงค์ทุกรูปก้าวไปใจจรดกลาง ภาวนาสัมมาอะระหังทุกก้าว
 
        ในช่วง 2.5 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนจะถึงวัดป่าหมาก มีภาพประทับใจเกิดขึ้น เมื่อชาวบ้านป่าหมากแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าสวยสะดุดตา หอบลูก จูงหลาน พากันออกมารอต้อนรับพระธุดงค์อย่างคึกคัก พอพระธุดงค์รูปแรกก้าวเข้าเขตหมู่บ้าน เสียงสาธุสำเนียงชาวดอยก็ดังกระหึ่ม ดังยาวไปจนถึงพระธุดงค์รูปสุดท้ายเลยทีเดียว จะบอกว่าเป็นเสียงสาธุที่ดังและนานที่สุดตั้งแต่ตั้งหมู่บ้านมาเลยก็ว่าได้ ทำให้พระก็ปลื้มโยม โยมก็ปลื้มพระ หันไปทางไหนก็รู้สึกม่วนอ๊กม่วนใจ๋แต๊ๆ ปลื้มอ๊กปลื้มใจ๋นักขนาดเลย
 
ชาวบ้านป่าหมากตื่นตัวเตรียมออกมาต้อนรับพระธุดงค์อย่างคึกคัก
ชาวบ้านป่าหมากตื่นตัวเตรียมออกมาต้อนรับพระธุดงค์อย่างคึกคัก
 
ชาวบ้านป่าหมากตั้งแถวต้อนรับพระธุดงค์ตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้าน
ชาวบ้านป่าหมากตั้งแถวต้อนรับพระธุดงค์ตั้งแต่ทางเข้าหมู่บ้าน
 

       วัดป่าหมาก เป็นอดีตวัดร้าง ที่ร้างมานานกว่า 10 ปี แต่เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553 ชาวบ้านได้นิมนต์หลวงตาเสนอ ฐิตสทฺโธ พระธรรมทายาทในโครงการอุปสมบทหมู่รุ่นบูชาธรรม 60 ปี พระราชภาวนาวิสุทธิ์ มาประจำที่วัดแห่งนี้ ซึ่หลวงตาเสนอ ฐิตสทฺโธ ได้พัฒนาวัดอย่างจริงจัง ทำให้ชาวบ้านที่เริ่มคลอนแคลนในศรัทธา กลับมามีศรัทธาในพระพุทธศาสนาหนักแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม
 
หลวงตาเสนอ  ฐิตสทฺโธ พุทธบุตรผู้กล้า..ผู้พลิกแผ่นดินวัดร้างให้รุ่งเรือง  
หลวงตาเสนอ  ฐิตสทฺโธ
พุทธบุตรผู้กล้า..ผู้พลิกแผ่นดินวัดร้างให้รุ่งเรือง 


      ถึงแม้วัดป่าหมากจะพ้นสภาพการเป็นวัดร้างแล้ว แต่ยังคงอยู่ในช่วงของการพัฒนา ซึ่งการมาของคณะพระธุดงค์เป็นร้อยรูป จึงยิ่งทำให้เกิดพลังในการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชุมชนวัดป่าหมาก ยิ่งทำให้ชาวบ้านเกิดศรัทธาในพระสงฆ์ รู้สึกรักหวงแหนวัด และภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นชาวพุทธ นายนุ เติมสวรรค์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าหมาก เล่าว่า “เมื่อก่อนบ่มีพระ ผมเคยไปนิมนต์พระจากวัดอื่นในวันพระวันศีล ขอนิมนต์มาสักรูปเพื่อเป็นเนื้อนาบุญของชาวบ้าน แต่ก็บ่ได้ครับ ฮู้สึกว่าพระนี่จะหายากมาก ถ้าบ่มีพระ ผมฮู้สึกว่าเสียหลายอย่าง พอมีหลวงตาเสนอและมีพระธุดงค์มานั๊กๆจะอี้ เป็นประโยชน์นั๊ก เฮาได้นั่งสมาธิ(Meditationปฏิบัติธรรม เกิดความสามัคคีในชุมชน มารวมกันหลายศาสนา ทั้งพุทธ ทั้งคริสต์ คนไต คนกะเหรี่ยง ก่อมาจ้วยกันพัฒนาวัดครับ”
 
พระธุดงค์ธรรมชัย..ศูนย์รวมใจ..ศูนย์รวมศรัทธา
พระธุดงค์ธรรมชัย..ศูนย์รวมใจ..ศูนย์รวมศรัทธา
 
 
      ที่สำคัญทำให้หลวงตาเสนอ  ฐิตสทฺโธ..ยิ่งมีแฮงใจ๋ในการทำหน้าที่ ซึ่งท่านเปิดใจว่า “ชาวบ้านดีใจกันมากที่มีพระธุดงค์มา เขาบอกว่านี่คงจะเป็นผลจากการที่พวกเขาสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ บุญจึงบันดาลให้มีพระธุดงค์เป็นร้อยรูปมาถึงนี่ ส่วนหลวงตาเองก็ยินดีมากๆ แต่ก่อนนี้จะอยู่แบบว่าใจสู้ มีภารกิจกอบกู้พระพุทธศาสนาเป็นที่ตั้ง พอมีพระธุดงค์เข้ามาก็สัมผัสได้ว่าพระธุดงค์ทำให้ชาวบ้านยิ่งมั่นใจในพระรัตนตรัย มั่นใจในตัวหลวงตามากขึ้น ถ้าหากจบโครงการแล้วพระธุดงค์อยากจะมาอยู่ช่วยหลวงตาฟื้นฟูวัดก็มาได้เลย หรือถ้าไปอยู่ที่อื่นแล้วไม่สบายใจ จะเปลี่ยนใจมาอยู่ที่นี่ก็ยินดีต้อนรับตลอดเวลาครับ” 
วิถีชาวพุทธอันงดงามกลางชุมชนบ้านป่าหมาก
วิถีชาวพุทธอันงดงามกลางชุมชนบ้านป่าหมาก

         จากการเดินธุดงค์ธรรมชัยในครั้งนี้ และด้วยแรงบันดาลใจจากพระธรรมทายาทรุ่นพี่ อย่างหลวงตาเสนอ ฐิตสทฺโธ ทำให้มีพระธุดงค์ต่อเวลาขอบวชฝึกฝนอบรมตนเองเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา และเตรียมทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงที่แสนดี ในโครงการ 1 แสนรูป รุ่นเข้าพรรษาที่จะถึงนี้ ถึง 34 รูป

38 ธุดงค์ธรรมชัย ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา จ.ศรีสะเกษ

ทุกย่างก้าวคือศรัทธาที่ยั่งยืน
 
ทุกย่างก้าวคือศรัทธาที่ยั่งยืน
 
ทุกย่างก้าวคือศรัทธาที่ยั่งยืน
 

      พุทธบุตรผู้กล้า ในโครงการ 1 แสนรูป ภาคฤดูร้อน ประจำศูนย์อบรมจังหวัดศรีสะเกษ ได้เริ่มต้นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ในการเดินธุดงค์ธรรมชัย จากศูนย์ปฏิบัติธรรมพุทธภูสิงห์ อ.ภูสิงห์ มุ่งหน้าไปพัฒนาและหลอมรวมจิตใจชาวพุทธ ณ ที่พักสงฆ์บ้านโนนสมบูรณ์  อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นที่พักสงฆ์ร้าง ดังนั้นพอมีพระธุดงค์เข้ามา จึงทำให้ดวงใจชาวพุทธในชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์อบอุ่น เต็มไปด้วยพลังในการทำความดี เพราะมีพุทธบุตรเป็นผู้นำ ทั้งนำพัฒนาวัด นำสวดมนต์ นำนั่งสมาธิ(Meditation) และนำประกอบพิธีจุดประทีปลอยโคม ทำให้ชาวบ้านโนนสมบูรณ์สุขใจ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น กว่าที่เคยเป็น
 
วันที่สุขจนล้นหัวใจ...ของชาวบ้านโนนสมบูรณ์

วันที่สุขจนล้นหัวใจ...ของชาวบ้านโนนสมบูรณ์
 
วันที่สุขจนล้นหัวใจ...ของชาวบ้านโนนสมบูรณ์


       ตัวแทนชาวบ้านบอกว่า “ผมดีใจแฮงหลาย ที่พระคุณเจ้ามาธุดงค์ที่นี่ ทำให้ผมได้กราบเท้า ได้ล้างเท้า ได้นวดเท้าทำให้ผมได้บุญหลายๆ ที่พักสงฆ์นี้ตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ก็มีพระมาอยู่จำพรรษา แต่หลวงพ่อก็มา มรณภาพไป ต่อมาก็มีพระมาอยู่อีกหลายรูป บางรูปท่านก็ออกเดินธุดงค์ไม่ได้กลับมา    ส่วนท่านที่มีอายุแล้วก็ค่อยๆมรณภาพไปอีกครับ ตอนที่มีพระอยู่ ชาวบ้านก็เข้ามาดูแลเรื่องจังหันเช้า-จังหันเพลบ่เคยขาด เพราะคนที่นี่ชอบทำบุญ แต่พอไม่มีพระ ที่นี่ก็ร้างไปเลย ผมเดินผ่านวัด แล้ววัดไม่มีพระ เห็นแล้วมันเศร้าใจ พอมีพระธุดงค์มา...เลยดีใจกันหลายๆ ยิ่งเห็นท่านมาพัฒนา มาทำดี จะลุก จะเดิน ดูงามคักๆ ผมก็อยากนิมนต์ ถ้าเสร็จธุดงค์แล้ว นิมนต์ขอให้กลับมาอยู่ที่นี่นะครับ อย่างน้อยสัก 5 รูป หรือ 10 รูปก็ได้ ขอนิมนต์นะครับ ชาวบ้านอยากทำบุญกับพระ อยากให้พระมาอยู่เป็นที่พึ่งทางใจนะครับ”
 
ภาพการตักบาตรที่หวนคืนสู่ชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์อีกครั้ง 
 
ภาพการตักบาตรที่หวนคืนสู่ชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์อีกครั้ง
 
เมื่อมีพระ...ชาวบ้านก็พร้อมมุ่งหน้าเข้าวัด
 
เมื่อมีพระ...ชาวบ้านก็พร้อมมุ่งหน้าเข้าวัด
 
นักพัฒนามือทอง...หัวใจเพชร
 
นักพัฒนามือทอง...หัวใจเพชร

      ตัวแทนพระธุดงค์เล่าว่า “พอหลวงพี่เดินธุดงค์มาถึง ที่พักสงฆ์บ้านโนนสมบูรณ์ ก็รู้อยู่แก่ใจว่าที่นี่เป็นวัดร้าง เราต้องมาพัฒนา แต่พอแว๊บแรกที่เห็นสภาพวัด ใจสั่นเลย แต่สั่นสู้ครับ เพราะวัดเต็มไปด้วยใบไม้ บางจุดใบไม้สูงเลยตาตุ่มซะอีก มีอาคารหลายหลังเริ่มผุพัง เต็มไปด้วยหยากไย่ มองไปก็ร้างผู้คน ร้างพระสงฆ์ ร้างการพัฒนา เห็นแล้วรู้สึกว้าเหว่ เคว้งคว้างยังไงบอกไม่ถูกครับ หลวงพี่ไม่อยากให้วัดในพระพุทธศาสนาของเราต้องร้างไปแบบนี้เลย ซึ่งพระธุดงค์ทุกรูปก็คงจะคิดตรงกัน เพราะพอถึงเวลาพัฒนา ก็มุ่งมั่นช่วยกันเก็บ ช่วยกันกวาด พัฒนาวัดแบบไม่หยุดหย่อน ซึ่งชาวบ้านก็มาร่วมด้วยช่วยกันเยอะมากๆ มีโยมป้าคนหนึ่ง ไม่มีไม้กวาด แต่แกก็ไม่ยอมยืนดูเฉยๆ นะครับ หลวงพี่เห็นโยมป้า ยืนก้มหลัง แล้วก็ใช้มือเปล่าๆกวาดใบไม้ แทนไม้กวาด เห็นแล้วซึ้งใจสุดๆ รู้ทันทีว่าชาวบ้านรักวัด รักพระพุทธศาสนามาก พอทั้งพระทั้งโยมช่วยกันทำ ก็ทำให้วัดโล่ง เตียน สะอาดไปเลย มองไปทางไหนก็สว่าง จิตใจของหลวงพี่ก็พลอยสว่างไปด้วยครับ
 
รวมพลังฟื้นฟูพระพุทธศาสนา 
 
รวมพลังฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
 
บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแสงธรรมแห่งศรัทธา
 
บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแสงธรรมแห่งศรัทธา
 
บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแสงธรรมแห่งศรัทธา

 
      การเดินธุดงค์ธรรมชัยในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่หลวงพี่จะเก็บเอาไว้ปลื้มได้ตลอดชีวิตครับ แล้วตอนนี้หลวงพี่อยากบวชไปนานๆ ให้นานที่สุด เพราะรู้แล้วครับว่าเราเกิดมาทำไม แล้วชีวิตสมณะก็เป็นชีวิตที่มีคุณค่า ทั้งต่อตัวเองและญาติโยม เป็นชีวิตที่มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ หลวงพี่อยากเชิญชวนชายแมนแมนให้มาบวชกันเยอะๆ นะครับ โดยเฉพาะในโครงการ 1 แสนรูป เข้าพรรษาที่ใกล้จะถึงนี้ ซึ่งเป็นโครงการที่ดีมากๆ เพราะสามารถเปลี่ยนคนหลงผิด ให้กลับสภาพเป็นคนดีได้ และยังเปลี่ยนคนที่ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น แล้วถ้าบวชแล้ว ต้องออกเดินธุดงค์นะครับ เพราะการเดินธุดงค์จะทำให้เราได้รู้ในสิ่งที่ยังไม่เคยรู้ และจะทำให้เราเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงในการทำความดี แบบไม่กลัวต่ออุปสรรคครับ”

37 ธุดงค์ธรรมชัย ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา จ.สงขลา

สองเท้าของคณะพระธุดงค์ คือสิริมงคล คือสิ่งที่สูงค่า
 
สองเท้าของคณะพระธุดงค์ คือสิริมงคล คือสิ่งที่สูงค่า

    พระพุทธศาสนาในแดนใต้กำลังสว่างไสว เมื่อพุทธบุตรผู้กล้า ในโครงการ 1 แสนรูป ภาคฤดูร้อน ประจำศูนย์อบรม 7 จังหวัด ภาคใต้ตอนล่าง ได้รวมทีมรวมทัพ ออกเดินธุดงค์ธรรมชัยประกาศพระพุทธศาสนา มุ่งหน้าไปพัฒนาวัดสิกขาราม อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งก็เป็นปรากฏการณ์บุญ กระตุกหัวใจ ที่ทำให้พี่น้องชาวพุทธในแดนใต้ตื่นตัว แม้เส้นทางที่มุ่งสู่วัดสิกขาราม จะค่อนข้างทุรกันดาร แต่ชาวบ้านที่อยู่ตามสองข้างทางมีความตื่นตัวสูงมาก ในการออกมาคอยต้อนรับ ถวายน้ำดื่ม น้ำปานะแด่คณะพระธุดงค์ บางบ้านยกข้าวสารมาถวายเป็นถุงๆเลยก็มี บางแห่งก็เอาเสื่อและดอกไม้ มาปูให้คณะพระธุดงค์ย่ำผ่าน อย่างคุณลุง-คุณป้าคู่หนึ่ง ก็พร้อมใจเอาผ้าขนหนูผืนใหม่ พร้อมดอกไม้ที่เก็บมาใหม่ๆ เอามาปูต่างพรมรองรับสองเท้าอันเป็นมงคลของพระธุดงค์ ลุงกับป้าบอกว่า จะเก็บผ้าขนหนูผืนนี้เอาไว้บูชา จะเอาไว้เป็นมรดกตกทอดให้รุ่นลูกรุ่นหลานด้วย
 
ชาวพุทธในแดนใต้ ยังคงเปี่ยมศรัทธาในพระพุทธศาสนา

ชาวพุทธในแดนใต้ ยังคงเปี่ยมศรัทธาในพระพุทธศาสนา
 
ชาวพุทธในแดนใต้ ยังคงเปี่ยมศรัทธาในพระพุทธศาสนา
 
คณะพระธุดงค์ ผู้พลิกแผ่นดินวัดร้างให้เป็นวัดรุ่ง
 
คณะพระธุดงค์ ผู้พลิกแผ่นดินวัดร้างให้เป็นวัดรุ่ง
 
ความศรัทธาที่ยังติดแน่นในดวงใจของชาวใต้

    เมื่อมาถึงวัดสิกขาราม คณะพระธุดงค์ก็พร้อมใจพัฒนาวัดในทันที โดยลุยถางหญ้า รื้อเถาวัลย์ ตัดแต่งกิ่งไม้ที่ระเกะระกะตั้งแต่นอกกำแพงวัดจนถึงพื้นที่ในวัด เช็ดล้างศาลา ทำความสะอาดอุโบสถ จนสะอาดเอี่ยมอ่อง สว่างไสวไปทั้งวัดเลย  อดีตผู้ใหญ่บ้าน นายพรชัย  หนูแก้ว เล่าให้ฟังว่า “วัดสิกขาราม เป็นวัดที่เจริญมาก่อน ในอดีตเคยเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นวัดประจำตำบลเลยก็ว่าได้ แต่ต่อมาพระค่อยๆสึกออกไปทีละรูป จนตอนนี้มีเจ้าอาวาสอยู่ 1 รูป กับสามเณรอีก 1 รูป  เดี๋ยวนี้ชาวบ้านก็แทบจะไม่เข้าวัด วัดก็เลยดูเหมือนจะร้าง แต่พอมีคณะพระธุดงค์จากวัดพระธรรมกายเข้ามา มาช่วยพัฒนาวัดจนสะอาด มาบิณฑบาตเป็นแถวเป็นขบวนสวยงาม ก็ดูเหมือนจะดึงจิต ดึงศรัทธาชาวบ้านให้สนใจมาร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้มากขึ้น ดึงดูดชาวบ้านให้เข้าวัดได้เยอะเลยครับ”
 
พระครูฉันทวรากร  เจ้าอาวาสวัดสิกขาราม 
 
พระครูฉันทวรากร  เจ้าอาวาสวัดสิกขาราม 

         หลวงพ่อพระครูฉันทวรากร หรือ หลวงตาฉ่อง  ฉนฺทวโร อายุ 83 ปี เจ้าอาวาสวัดสิกขาราม ได้เปิดใจด้วยแววตาที่เปี่ยมสุขว่า “หลวงพ่อดูโทรทัศน์ของวัดพระธรรมกายทุกคืน ทุกวัน ดูเป็นประจำ เห็นพระธุดงค์ไปพัฒนาตรงนั้นตรงนี้ ทำให้คิดบ่นน้อยใจมานาน ว่าทำไม เขาไม่เดินมาที่วัดเราบ้าง จนมาปีนี้สมปรารถนาแล้ว พอเห็นพระธุดงค์มาโอ้ มันปลื้มใจมาก ทุกรูปเรียบร้อย ดูงาม สมกับที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีจากวัดพระธรรมกาย โยมเห็นก็ศรัทธาเลื่อมใสในอาการกิริยาทุกอย่าง เมื่อก่อนวัดของหลวงพ่อนี่ มีพระเยอะ เด็กวัดก็เยอะ ตอนสมัยหลวงพ่อยังหนุ่มๆ หลวงพ่อไม่ได้แค่พัฒนาวัดอย่างเดียวนะ ถนนหนทาง  สะพาน โรงเรียน สถานีอนามัย หลวงพ่อเป็นคนนำพัฒนาทั้งนั้น พัฒนาด้วยกำลังแรงของตัวเองนี่แหละ แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้ว หลวงพ่อเห็นวัดโดยเฉพาะใน อ.ระโนด กำลังจะร้างไปหลายวัด วัดหนึ่งๆมีพระแค่ 1 รูปบ้าง 2 รูปบ้าง อย่างมากก็ 3 รูป เห็นแล้วเป็นห่วง เวลาเข้าพรรษาก็บวชกันแค่ 7 วัน 15 วัน แล้วก็สึกกันไปหมด แต่พอเห็นโครงการของวัดพระธรรมกาย ได้เห็นพระธุดงค์มาจากวัดพระธรรมกาย ทำให้หลวงพ่อมีความหวัง ดีใจว่าพระพุทธศาสนายังจะต้องรุ่งเรืองไปได้อีกยาวนาน หลวงพ่อกราบพระอยู่ทุกคืน ทุกวัน ขอให้มีพระจากวัดพระธรรมกายมาอยู่ที่นี่ เพราะตัวหลวงพ่อเองก็จะไปไม่รอดแล้ว อายุ 83 แล้ว มันปวดไปหมดทั้งตัว เอ็นย่อยๆมันขาดหมดแล้ว ถ้ามีพระวัดพระธรรมกายมาอยู่ มานำชาวบ้านให้เข้าวัด ให้รู้หลักในพระพุทธศาสนา วัดสิกขารามจะได้เป็นวัดรุ่ง หลวงพ่อไม่อยากให้วัดของหลวงพ่อกลายเป็นวัดร้างเลย” 
วัดสิกขาราม...สว่างแล้ว

วัดสิกขาราม...สว่างแล้ว

วัดสิกขาราม...สว่างแล้ว

        นอกจากนี้ ท่านยังขอฝากถ้อยคำจากหัวใจ มาถึงคุณครูไม่ใหญ่ว่า “กราบเรียน นมัสการ หลวงพ่อพระเทพญาณมหามุนี กระผมพระครูฉันทวรากร เจ้าอาวาสวัดสิกขาราม ขอความกรุณาเมตตาจากใต้เท้า ว่าจะขอให้วัดสิกขารามได้เป็นวัดสาขาของวัดพระธรรมกาย ขอให้หลวงพ่อช่วยสนับสนุน เพราะกำลังแรงของผมเองนั้นทำไม่ได้แล้ว  ถ้าหลวงพ่อช่วยสนับสนุน วัดสิกขารามจะได้ดำรงต่อไป ไม่กลายเป็นวัดร้างครับ”